วิธีเล่น บาคาร่าออนไลน์ เงินจริง แบบจัดเต็ม


     ผู้เล่นมือใหม่อาจยังไม่ทราบ วิธีเล่น บาคาร่าออนไลน์ หรือบางทีอาจยังไม่รู้จักเกมไพ่บาคาร่า ด้วยซ้ำ ดังนั้นสำหรับผู้เริ่มต้น บาคาร่า ถือเป็นเกมไพ่ที่ได้รับความนิยมมากที่สุด ดังนั้นนี่คือเหตุผลว่า ทำไมเว็บไซต์ คาสิโนออนไลน์ ได้เงินจริง 2020 เกือบทุกเว็บจึงเปิดให้ร่วมสนุกกับเกมไพ่ บาคาร่า

สำหรับบทความนี้ เราจะมาแนะนำรายละเอียดเกี่ยวกับ บาคาร่า ออนไลน์ แบบจัดเต็มสำหรับผู้เล่นมือใหม่

วิธีเล่น บาคาร่าออนไลน์ (baccarat online) เริ่มต้นจนเป็นมือโปร

1. บาคาร่า คืออะไร?

บาคาร่า คือเกมไพ่ที่มีจุดกำเนิดมาจากฝรั่งเศส ตั้งแต่ศตวรรตที่ 19 หลังจากนั้นเกมบาคาร่า ถูกเผยแพร่ไปทั่วโลก และได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อยๆ จนกลายเป็นเกมดังของคาสิโน ออนไลน์ ซึ่งไม่ใช่แค่ในประเทศไทย เท่านั้นแต่ได้รับความนิยมในทั่วโลก

ทั้งนี้ บาคาร่า คือเกมที่นำเอาไพ่ 5 สำรับมาร่วมกัน โดนนำไพ่โจ๊กเกอร์ออก และในแต่ละรอบ แจกไพ่ได้มากสุด 3 ใบ โดยแบ่งผู้เล่นเป็น 2 ฝั่งคือ แบงค์เกอร์ กับเพลย์เยอร์ และฝั่งไหนมีแต้มสูงกว่าจะเป็นฝ่ายชนะไป

2. วิธี เล่น บา คา ร่า ออนไลน์ (แบบเบื้องต้น)


ปกติแล้ว กติกาของเกมบาคาร่า ค่อนข้างเข้าใจง่ายและไม่ซับซ้อนมากนัก

อันดับแรก: ผู้เล่นจะมีเวลา 15 วินาที สำหรับการตัดสินใจเลือกวางเดิมพัน


  • เพลย์เยอร์ (อยู่ทางซ้ายสุด)
  • แบงค์เกอร์ (อยู่ทางขวาสุด)
  • เสมอ (อยู่ตรงกลาง)

ต่อไป: หลังจากวางเดิมพันแล้ว ดีลเลอร์จะทำการแจกไพ่ ให้กับทั่งฝั่งเพลย์เยอร์ และแบงค์เกอร์ โดยได้มากสุดฝั่งละ 3 ใบ

สุดท้าย: การนับคะแนนจะขึ้นอยู่กับ ไพ่ของฝั่งเพลย์เยอร์ และแบงค์เกอร์ โดยมีสิทธิ์ออกผลได้ 3 ทาง ได้แก่


  • เพลย์เยอร์ ชนะ
  • แบงค์เกอร์ ชนะ
  • หรือเสมอ

     และนี่คือ วิธีเล่น บาคาร่า ออนไลน์ แบบเบื้องต้น สำหรับสมาชิกใหม่ โดยผู้เล่นมือใหม่ควรต้องจำ 3 กฏพื้นฐานให้ได้ก่อนร่วมสนุกในคาสิโนออนไลน์

ที่จริงแล้ว บาคาร่าออนไลน์ ถือเป็นเกมที่เล่นได้ง่ายมาก และมีอัตราการจ่ายเงินค่อนข้างสูงเมื่อเทียบกับเกมอื่นๆ ในคาสิโนออนไลน์ ดังนั้นจึงไม่น่าแปลกใจว่า ทำไม บาคาร่า ถึงเป็นเกมที่ได้รับความนิยมสูงสุดตลอดกาล

3. วิธีเล่น บาคาร่า ออนไลน์ (ระดับสูง) – กฏการแจกไพ่

ตามกติกาที่ได้ชี้แจงไว้ด้านบนว่า ดีลเลอร์จะสามารถแจกไพ่ให้ทั้งฝั่งเพลย์เยอร์ และแบงค์เกอร์ ได้มากที่สุด 3 ใบ แต่ไพ่ใบที่ 3 จะไม่ถูกออกมาแจกในทุกตา ซึ่งการที่ เพลย์เยอร์ และแบงค์เกอร์ จะได้รับไพ่ใบที่ 3 ต้องมีเงื่อนไข ดังนี้

ไพ่ 2 ใบแรก:

เมื่อเริ่มเกม ดีลเลอร์ จะแจกไพ่ให้กับฝั่งเพลย์เยอร์ และแบงค์เกอร์ เท่ากันที่ 2 ใบ จากนั้นจะต้องดูไพ่กันก่อน โดยหากต้องการเรียกไพ่ใบที่ 3 เพิ่มต้องดูตามเงื่อนไข่เหล่านี้ ว่าสามารถทำได้หรือไม

การเรียกไบ่ใบที่ 3:

@ฝั่งเพลย์เยอร์: แต้มมากว่า 6 อยู่ได้เลย

คะแนนไพ่ 2 ใบแรก: 0-5 แต้ม


  • หากแต้มของแบงค์เกอร์ ไม่ใช่ 8-9 => เพลย์เยอร์ เรียกเพิ่มได้
  • หากแต้มของแบงค์เกอร์ เป็น 8-9 => เพลย์เยอร์ เรียกเพิ่มไม่ได้
คะแนนไพ่ 2 ใบแรก: 6-7 แต้ม =>อยู่ (เรียกเพิ่มไม่ได้)

คะแนนไพ่ 2 ใบแรก: 8-9 แต้ม


  • ชนะโดยอัตโนมัติ หากแต้มของแบงค์เกอร์ ต่ำกว่า
  • เสมอหากว่า แบงค์เกอร์ มีแต้มเท่ากัน

@ฝั่งแบงค์เกอร์: ต้องขึ้นอยู่กับแต้มของฝั่งเพลย์เยอร์

คะแนนไพ่ 2 ใบแรก: 0-2 แต้ม


  • หากแต้มของเพลย์เยอร์ ไม่ใช่ 8-9 => แบงค์เกอร์ เรียกเพิ่มได้
  • หากแต้มของเพลย์เยอร์ เป็น 8-9 => แบงค์เกอร์ เรียกเพิ่มไม่ได้

* ไพ่ตั้งแต่ 3 คะแนนขึ้นไป ต้องขึ้นอยู่กับว่าฝั่งเพลย์เยอร์ จั่วไพ่ใบที่ 3 หรือไม่

คะแนนไพ่ 2 ใบแรก: 3 แต้ม


  • หากผู้เล่นเรียกไพ่ใบที่ 3 และได้ 8 คะแนน => แบงค์เกอร์อยู่ (ไม่ต้องเรียกไพ่ใบที่ 3)
  • หากผู้เล่นเรียกไพ่ใบที่ 3 และได้แต้มอื่นๆ ที่ไม่ใช่ 8 => แบงค์เกอร์เรียกไพ่ใบที่ 3 ได้

คะแนนไพ่ 2 ใบแรก: 4 แต้ม


  • หากผู้เล่นเรียกไพ่ใบที่ 3 และได้ 2, 3, 4, 5, 6, 7 แต้ม => แบงค์เกอร์เรียกไพ่ใบที่ 3 ได้
  • หากผู้เล่นจั่วไพ่ ที่ไม่ใช่ 2, 3, 4, 5, 6, 7 แต้ม => แบงค์เกอร์อยู่ (ไม่ต้องเรียกไพ่ใบที่ 3)

คะแนนไพ่ 2 ใบแรก: 5 แต้ม


  • หากผู้เล่นเรียกไพ่ใบที่ 3 และได้ 4, 5, 6, 7 แต้ม => แบงค์เกอร์เรียกไพ่ใบที่ 3 ได้
  • หากผู้เล่นจั่วไพ่ ที่ไม่ใช่ 4, 5, 6, 7 การ์ด => แบงค์เกอร์อยู่ (ไม่ต้องเรียกไพ่ใบที่ 3)

คะแนนไพ่ 2 ใบแรก: 6 แต้ม


  • หากผู้เล่นเรียกไพ่ใบที่ 3 และได้ 6, 7 แต้ม => แบงค์เกอร์เรียกไพ่ใบที่ 3 ได้
  • หากผู้เล่นเรียกไพ่ ที่ไม่ใช่ 6, 7 แต้ม => แบงค์เกอร์อยู่ (ไม่ต้องเรียกไพ่ใบที่ 3)

คะแนนไพ่ 2 ใบแรก: 7 แต้ม แบงค์เกอร์อยู่ (ไม่ต้องเรียกไพ่ใบที่ 3)

คะแนนไพ่ 2 ใบแรก: 8>9 แต้ม


  • แบงค์เกอร์จะชนะโดยอัตโนมัติ หากว่าฝั่งเพลย์เยอร์มีคะแนนต่ำกว่า
  • จะออกผลเสมอ หากว่ามีแต้มเท่ากับฝั่งเพลย์เยอร์* หากผู้เล่นไม่เรียกไพ่ใบที่ 3
  • แบงค์เกอร์ จั่วไพ่เพิ่มหากไพ่ 2 ใบแรกมีแต้มรวม 0-5 คะแนน

4. ระบบการนับแต้มในบาคาร่า

0, J, Q, K จะมีค่าเท่ากับ 0 คะแนน
ส่วนไพ่ใบคะแนนอื่นจะมีแต้มเท่ากับหน้าไพ่

5. อัตราการจ่ายเงินในเกมบาคาร่า ออนไลน์


แนะนำ 3 ตัวเลือกเดิมพัน (เป็นที่นิยมมากที่สุด)


  • แบงค์เกอร์ 1:0.95 (คอมมิสชั่น)
  • เพลย์เยอร์ 1:1
  • เสมอ 1:9

การเดิมพันกับตัวเลือกอื่นๆ (ผู้เล่นเดิมพันไม่มากเท่าไหร่)


  • เพลเยอร์ ออกคู่: อัตราจ่าย 1 ต่อ 11 (ฝั่งเพลย์เยอร์ได้ไพ่ 2 ใบ ออกหน้าคู่กัน).
  • แบงค์เกอร์ ออกคู่: อัตราจ่าย 1 ต่อ 11 (ฝั่งแบงค์เกอร์ได้ไพ่ 2 ใบ ออกหน้าคู่กัน)
  • เล็ก: อัตราจ่าย  1 ต่อ 1.5 (จำนวนไพ่ทั้งสองฝ่ายรวมกันอยู่ที่ 4 ใบ)
  • ใหญ่: อัตราจ่าย  1 ต่อ 0.5 (จำนวนไพ่ทั้งสองฝ่ายรวมกันได้ 5 หรือ 6 ใบ)
  • เพลเยอร์ ป๊อก 8 หรือ 9: อัตราจ่าย 1 ต่อ 8 (ไพ่ของเพลย์เยอร์ 2 ใบ ได้ 9 หรือ 8)
  • แบงค์เกอร์ ป๊อก 8 หรือ 9: อัตราจ่าย 1 ต่อ 8 (ไพ่ของแบงค์เกอร์ 2 ใบ ได้ 9 หรือ 8)
  • ซุปเปอร์ 6+: อัตราจ่าย 1 ต่อ 18 (แบงค์เกอร์ ชนะที่ 6 แต้ม โดยมีไพ่ 2 หรือ 3 ใบก็ได้)

6. บาคาร่า คอมมิสชั่น และไม่มี คอมมิสชั่น

(1) มีคอมมิชชั่น:


  • อัตราจ่ายของ แบงค์เกอร์ อยู่ที่ 1 ต่อ 1 หากแบงค์เกอร์ เป็นฝ่ายชนะในทุกกรณี ยกเว้น 6
  • อัตราจ่ายของ แบงค์เกอร์ อยู่ที่ 1 ต่อ 0.5 หากแบงค์เกอร์ เป็นฝ่ายชนะด้วยสกอร์ 6 แต้ม

(2) ไม่มีคอมมิชชั่น:


  • อัตราจ่ายของ แบงค์เกอร์ อยู่ที่ 1 ต่อ 0.95 โดยคาสิโนจะได้ค่าคอมมิชชั่น 5% จากผู้ชนะ

แนะนำ: ในความเป็นจริง การเลือกเล่นบาคาร่า คอมมิชชั่น จะให้ผลตอบแทนดีกว่าไม่มี คอมมิสชั่น

ข้อสรุป

     นี่คือรายละเอียดทั้งหมดเกี่ยวกับ วิธีเล่น บาคาร่า ออนไลน์ ด้วยเงินจริง จากระดับเบื้องต้นจนถึงเทคนิคขั้นสูง ซึ่งนี้คือบทความแนะนำการเล่นบาคาร่า ออนไลน์ แบบเจาะลึกที่ไม่สามรถหาที่ไหนได้ ซึ่งหลังจากได้อ่านบทความนี้แล้ว

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

รู้ทันกลโกง บาคาร่าก่อนหมดตัว เทคนิคง่ายๆที่ไม่เคยมีใครบอก

สูตรบาคาร่าฉบับผีบอก

ข้อดี – ข้อเสีย การเดินเงิน แบบลาบูร์แชร์