กฎบาคาร่าและอัตราการต่อรอง


     บาคาร่าที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในโลกและเล่นกันมาอย่างยาวนานคงหนีไม่พ้น Punto Banco เพราะเป็นเกมที่ที่ได้รับเลือกจากเหล่านักพนันตัวยง และในบางคาสิโนรีสอร์ตระดับโลก ก็ใช้วิธีการนำเสนอโปรโมชั่นและตัวเลือกที่น่าสนใจของ Punto Banco เพื่อดึงดูดผู้เล่นที่ร่ำรวยนั่นเอง ถึงแม้ว่าในอดีต บาคาร่าจะมีกฎการเล่นที่ซับซ้อนและต้องมีการวางเดิมพันที่สูงมาก แต่ในวันนี้บาคาร่ามีการเปลี่ยนแปลงที่ยืดหยุ่น เข้าถึงได้ง่ายขึ้น แต่ถึงกระนั้นก็ต้องรู้จักบริหารเงินเดิมพันให้ดี

    บาคาร่าเป็นที่นิยมเพราะมี House Edge อยู่ในเกณฑ์ต่ำและมีกฎการเล่นที่ง่าย ผู้เล่นสามารถเลือกวางเดิมพันได้ถึงสามรูปแบบในเกม ๆ เดียว

     ถ้าคุณต้องการเล่นบาคาร่าที่บ่อนคาสิโน พวกเขาจะมีโต๊ะบาคาร่าอยู่สามแบบที่คุณสามารถเข้าร่วมการวางเดิมพันได้ 1.) โต๊ะขนาดใหญ่จะมีไว้สำหรับเหล่านักพนันระดับ VIP ที่มียอดวางเดิมพันสูง และโต๊ะนี้จะตั้งอยู่ในพื้นที่พิเศษหรือพื้นที่ VIP เพราะมาตรฐานของโต๊ะบาคาร่าจะต้องใหญ่พอที่จะรองรับผู้เล่นได้ 14 คน และทุกคนสามารถเลือกที่จะวางเดิมพันได้ทั้งกับนายธนาคาร ผู้ควบคุมเกม และผู้เล่น

ลักษณะการเล่นเหมือนกับเกมแครบส์ (Craps) ในกรณีที่ผู้เล่นเกิดความลังเลว่าจะเลือกเดิมพันอย่างไร ก็สามารถส่งต่อไม้ต่อให้ผู้เล่นคนอื่นวางเดิมพันก่อนได้ จนกว่านายธนาคารจะเป็นผู้ชนะ

ผู้คุมเกมจะดึงไพ่ออกมาสองใบแบบคว่ำจากเครื่องออกไพ่ และส่งต่อไพ่นั้นให้ผู้เล่นที่วางเดิมพันมากที่สุด ผู้เล่นที่วางเงินเดิมพันมากที่สุดดูไพ่และส่งไพ่ต่อให้แก่ผู้เล่นคนอื่น ซึ่งผู้เล่นคนอื่นสามารถขอเปลี่ยนไพ่ในมือได้ จากนั้นหนึ่งในผู้คุมเกมจะประกาศผลรวมของคะแนนในไพ่ทั้งหมด โดยกำหนดให้ผู้คุมเกมมีสิทธิที่จะขอไพ่ใบที่สาม เมื่อประกาศผลรวมคะแนนของไพ่ผู้คุมเกมจะต้องจ่ายเงินเดิมพันที่กับผู้ที่ชนะ

แน่นอนว่าเกมบาคาร่าไม่เหมือนกับเกมไพโกว เพราะในเกมของบาคาร่า ผู้ควบคุมเกมไม่มีส่วนรับผิดชอบต่อการสูญเสียเงินเดิมพันของผู้เล่นรายอื่น

มินิบาคาร่ามีกฎเหมือนกันกับโต๊ะบาคาร่าขนาดใหญ่ แต่มีความต่างกันเล็กน้อยก็คือ มินิบาคาร่าจะมีเจ้ามือที่รับผิดชอบในการพลิกไพ่เพื่อเร่งการดำเนินการของเกมให้เร็วขึ้น อย่างไรก็ตาม มินิบาคาร่าเหมาะสำหรับผู้เล่นทั่วไปเพราะมีข้อจำกัดในการเล่นค่อนข้างน้อย แม้จะมีอัตราการต่อรองเหมือนกับโต๊ะบาคาร่าขนาดใหญ่

รูปแบบที่สามคือ Midi Baccarat ซึ่งเป็นเกมที่เหมาะกับนักพนันระดับมืออาชีพ เพราะขนาดโต๊ะที่ใหญ่และมักจะพบเจอได้ในห้องระดับ VIP เท่านั้น

กฎการเล่นบาคาร่า
โดยส่วนมากแล้วบาคาร่าจะมีค่าคะแนนของไพ่อยู่ 8 ระดับ โดยที่ไพ่หมายเลข 10 จะมีค่าเท่ากับ 0 ส่วนหมายเลข 2-9 จะมีค่าคะแนนตามหมายเลขของไพ่ Ace (เอซ) คือ K, Q หรือ J มีค่าเท่ากับ 1 และผู้คุมเกมจะเปิดไพ่ 1 ใบเมื่อเริ่มเกมเพื่อกำหนดจำนวนไพ่ ผู้เล่นต้องวางเดิมพัน "ผู้เล่น", "นายธนาคาร" หรือ "คะแนน" ขึ้นอยู่กับโต๊ะที่คุณเข้าร่วมเล่น

เมื่อมีการวางเดิมพันครบหมดแล้ว ผู้คุมเกมจะแจกไพ่สองใบให้ผู้เล่นและนายธนาคาร ค่าคะแนนไพ่ในมือทางขวาใครสูงกว่าคนนั้นก็จะชนะ ตัวอย่างเช่น ถ้าคุณถือไพ่หมายเลข 7 และ 8 มีผลรวมอยู่ที่ 15 คะแนน ค่าคะแนนรวมทั้งหมดของคุณคือ 5 ซึ่งค่าคะแนนของบาคาร่าคือ 0-9 เพราะค่าคะแนนส่วนเกินนอกเหนือจากนี้จะไม่ถูกนับรวม เมื่อไพ่ของทั้งนายธนาคารและผู้เล่นมีคะแนนเท่ากันก็ถือว่าการเดิมพันนั้นเสมอกัน

ในบางกรณี ผู้คุมเกมหรือผู้เล่นอาจได้รับไพ่ใบที่สามเพิ่มเติม โดยมีเงื่อนไขว่าจะต้องปฏิบัติตามกฎดังต่อไปนี้

กฎข้อแรก จริง ๆ ก็ระบุไว้อย่างละเอียดแล้วว่า ไพ่ใบที่สามสามารถร้องขอได้ หากผู้เล่นหรือนายธนาคารมีคะแนนรวมอยู่ที่ 8 หรือ 9 คะแนน ในกรณีที่มีผู้เล่นมีคะแนนรวมอยู่ที่ 5 หรือน้อยกว่า 5 คะแนน ผู้เล่นควรร้องขอไพ่ใบที่สาม แต่ถ้ามีคะแนนรวมมากกว่า 5 คะแนนก็ไม่แนะนำให้ขอไพ่ใบที่สาม

นายธนาคารหรือผู้เล่นที่ชนะการเดิมพันจะได้รับเงิน 1:1 แต่หากคุณเดิมพันฝั่งธนาคารคุณต้องเสียค่าคอมมิชชั่น 5% ในทุกครั้งที่คุณเดิมพัน ในกรณีที่อัตราการต่อรองเปลี่ยนแปลงเล็กน้อยจาก 0.95 ไป 1 คุณจะได้รับการติดตามทวงถามค่าคอมมิชชั่นจากผู้คุมเกมด้วยเครื่องหมายลามิเนตเล็ก ๆ และค่าคอมมิชชั่นจะถูกเก็บรวบรวมไว้ใต้เครื่องออกไพ่

สำหรับการเดิมพันผลรวมคะแนน การจ่ายเงินจะแตกต่างกันออกไปตามแต่ที่คาสิโนแต่ละแห่งจะกำหนด อย่างไรก็ตาม อัตราการจ่ายเงินจะอยู่ที่ 8:1 หรือ 9:1 หากผลการเดิมพันคือเสมอ ผู้เล่นและนายธนาคารจะได้รับเงินในการวางเดิมพันคืน แต่หากมีผู้เล่นที่วางเดิมพันฝั่งใดฝั่งหนึ่งไว้อยู่ ผู้เล่นและนายธนาคารจะได้รับไพ่ใบที่สามตามกฎที่กำหนดเอาไว้

อัตราการต่อรอง

อัตราการต่อรอง หมายถึง โอกาสแพ้ชนะในการวางเดิมพันของผู้เล่น ซึ่งบาคาร่าเองก็ถือว่าเป็นเกมคาสิโนที่มีอัตรา House Edge ต่ำที่สุด แม้ว่าในอดีตบาคาร่าจะเป็นเกมที่มีความซับซ้อนมาก แต่มาสมัยนี้กฎระเบียบต่าง ๆ มีการปรับเปลี่ยนให้ง่ายขึ้น ผู้เล่นแค่เลือกวางเดิมพันหนึ่งในสามทางเลือกที่กำหนดเอาไว้เท่านั้นเอง

กฎของเกมถูกกำหนดขึ้นเพื่อสร้าง House Edge เล็ก ๆ ในการเดิมพันระหว่างผู้เล่นกับนายธนาคารและอัตราของ House Edge สามารถเพิ่มขึ้นได้ตลอดเวลา ซึ่ง House Edge ในการวางเดิมพันของธนาคารอยู่ที่ 1.06% ขณะที่การวางเดิมพันของผู้เล่นอยู่ที่ 1.36% ถึงกระนั้น House Edge ก็สามารถกระโดดเพิ่มขึ้นได้ถึง 14.4% และอัตราการจ่ายเงินก็จะเพิ่มสูงขึ้นตามการวางเดิมพันของผู้เล่นและนายธนาคาร ซึ่งอัตราการชนะของผู้เล่นในเกมบาคาร่าจะอยู่ที่ 44.62% และโอกาสที่ผู้เล่นจะเสียเงินก็จะอยู่ที่ 45.85% และโอกาสที่จะเกิดการเปลี่ยนแปลงหรือพลิกผันของคะแนนจะอยู่ที่ 9.53%

หากคุณไม่ได้คำนวณโอกาสที่จะเกิดการเปลี่ยนแล้วล่ะก็ ก็ให้คิดว่านายธนาคารจะมีอัตราการชนะการเดิมพันอยู่ที่ 51% อยู่ตลอดเวลา แม้ว่าอัตรา House Edge ที่ต่ำที่สุดทำให้บาคาร่าเป็นเกมที่เหล่านักพนันและกลุ่มคนทั่วไปชื่นชอบเป็นอย่างมาก แต่คุณก็ไม่ควรละเลยความสำคัญของค่าคอมมิชชั่น 5% ที่คุณต้องจ่ายให้กับโต๊ะด้วยล่ะ

      หากคุณต้องการชนะแล้วได้เงินกลับบ้านไปแบบเยอะ ๆ คุณควรเดิมพันกับนายธนาคารหรือผู้เล่นมากกว่าคะแนนรวมตอนสุดท้าย

     จากการคำนวณความเป็นได้ในหลาย ๆ ทาง ผู้เล่นมีโอกาสชนะอยู่ที่ 49.32% ส่วนนายธนาคารมีโอกาสชนะอยู่ที่ 50.68% คิดง่าย ๆ ว่า สมมุติคุณวางเดิมพัน 100 เครดิต คุณต้องคาดว่าโอกาสที่คุณจะเสียเงินอยู่ที่ 50.68 และโอกาสที่จะได้เงินอยู่ที่ 49.32 ถ้าคุณเลือกจะวางเดิมพันที่ 49.32 อัตรา House Edge ของคุณก็คือ 1.36

     สำหรับอัตราต่อรองของนายธนาคารอาจคำนวณได้ดังนี้ สมมติว่าคุณกำลังเดิมพัน 100 เครดิต โดยไม่ละเลยความจริงที่ว่าคุณเป็นหนี้ค่าคอมมิชชั่น 5% ในทุกครั้งของการชนะ ดังนั้น คุณจะได้รับเครดิต 0.95 ในทุกครั้งที่คุณเดิมพัน เพราะตามที่กล่าวมา นายธนาคารมีโอกาสที่จะชนะอยู่ที่ 50.68% ในทุกการเดิมพัน เมื่อนำ 50.68 x 0.95 คุณก็จะได้ 48.15 ส่วนผู้เล่นที่คาดว่าจะแพ้อยู่ที่ 49.32% ในทุกการเดิมพัน ดังนั้น ถ้าคุณหัก 48.15 ออกจาก 49.32 คุณจะได้รับส่วนต่างอยู่ที่ 1.17 ซึ่งเป็นอัตรา House Edge ในการเดิมพันของนายธนาคาร

      หากผลรวมคะแนนเท่ากัน House Edge ก็จะอยู่ที่ 9.55% ซึ่งหมายความว่าอัตราเดิมพันที่แท้จริงคือ 9.47: 1 เมื่อคุณหาร 100 ด้วย 9.55 คุณจะได้รับ 10.47 อย่างไรก็ตาม คุณต้องจำไว้ว่าคุณยังมีโอกาสได้รับเงินเดิมพันกลับคืน ดังนั้นอัตราเดิมพันที่แท้จริงคือ 9.47 ถึง 1

     แม้ว่า House Edge จะอยู่ที่ 14.4% แต่ผู้เล่นบางคนยังคงเต็มใจที่จะเดิมพันผลรวมคะแนน เนื่องจากมีการจ่ายเงินที่เพิ่มสูงขึ้นมาก อย่างไรก็ตาม ผู้เล่นและนายธนาคารจะสามารถวางเดิมพันได้ดีขึ้น ถ้าไม่กังวลถึงค่าคอมมิชชั่น 5% ที่ต้องเสียไป

สนใจบาคาร่าออนไลน์ ได้ที่ บาคาร่าออนไลน์

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

รู้ทันกลโกง บาคาร่าก่อนหมดตัว เทคนิคง่ายๆที่ไม่เคยมีใครบอก

สูตรบาคาร่าฉบับผีบอก

ข้อดี – ข้อเสีย การเดินเงิน แบบลาบูร์แชร์